แพลตฟอร์ม rabbit2hand.com โดย บริษัท แรบบิทแมน จำกัด
วันที่มีผลใช้บังคับ: 16 กรกฎาคม 2569
เอกสารฉบับนี้เป็นสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างท่านกับบริษัท โปรดอ่านและทำความเข้าใจโดยละเอียดก่อนใช้บริการ
ฐานทางกฎหมาย: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565
ข้อมูลนิติบุคคล
| รายการ | รายละเอียด |
| ชื่อนิติบุคคล | บริษัท แรบบิทแมน จำกัด |
| เลขทะเบียนนิติบุคคล | 0245563000646 |
| สำนักงานใหญ่ | 1059/5 ถนนเทพคุณากร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา 24000 |
| กรรมการผู้มีอำนาจ | นายโชติอนันต์ ปิ่นถานันต์ (กรรมการหนึ่งคนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท) |
ข้อ 1 คำนิยามและการยอมรับข้อกำหนด
1.1 ในข้อกำหนดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
“บริษัท” หมายความว่า บริษัท แรบบิทแมน จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม
“แพลตฟอร์ม” หมายความว่า เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน rabbit2hand.com
“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ซื้อและผู้ขายที่ลงทะเบียนหรือใช้บริการแพลตฟอร์ม
“ผู้ประกอบธุรกิจดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา” หมายความว่า ผู้ให้บริการพักและปล่อยเงินซึ่งได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย
1.2 การลงทะเบียนหรือการใช้บริการแพลตฟอร์มถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดนี้ และเป็นการทำสัญญาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีผลผูกพันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544
1.3 ผู้ใช้บริการต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี กรณีผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง
ข้อ 2 สถานะของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการตัวกลาง
2.1 บริษัทประกอบกิจการในฐานะผู้ให้บริการตัวกลางซึ่งจัดให้มีช่องทางให้ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าทำธุรกรรมระหว่างกันเท่านั้น บริษัทมิได้เป็นคู่สัญญาในการซื้อขาย มิได้เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้ตรวจสอบคุณภาพสินค้า สัญญาซื้อขายเกิดขึ้นและมีผลผูกพันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรง
2.2 บริษัทมิได้รับรองหรือรับประกันคุณภาพ ความถูกต้องตามกฎหมาย หรือความเป็นเจ้าของในสินค้า ความรับผิดในตัวสินค้าและการส่งมอบเป็นของผู้ขาย
2.3 ภายในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต บริษัทจำกัดความรับผิดของตนในฐานะผู้ให้บริการตัวกลาง ทั้งนี้ ข้อจำกัดความรับผิดตามข้อนี้ต้องไม่เกินกว่าที่พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคอนุญาต
2.4 อำนาจของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการตัวกลางมีเพียงสองประการ คือ (ก) การระงับการปล่อยเงินที่ยังอยู่ในกระบวนการพักเงินก่อนการโอนแก่ผู้ขาย และ (ข) การกำหนดสิทธิการใช้บริการ การจำกัดสิทธิ หรือการระงับบัญชีผู้ใช้บริการ การดำเนินการที่เกินขอบเขตดังกล่าวถือเป็นอำนาจของศาลหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งบริษัทไม่พึงกระทำ
2.5 บริษัทไม่กระทำการดังต่อไปนี้ (ก) วินิจฉัยเจตนาหรือความสุจริตของผู้ใช้บริการ (ข) วินิจฉัยว่าสินค้าตรงหรือไม่ตรงตามคำบรรยาย เนื่องจากบริษัทมิได้เห็นหรือครอบครองสินค้า (ค) รับประกันคุณภาพหรือความแท้ของสินค้า และ (ง) เรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีแทนผู้ใช้บริการ เนื่องจากบริษัทมิใช่ผู้เสียหายโดยตรง
ข้อ 3 บัญชีผู้ใช้และการยืนยันตัวตน
3.1 ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน และต้องผ่านการยืนยันตัวตนตามที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและเอกสารการขอความยินยอม
3.2 บริษัทสงวนสิทธิในการระงับหรือยกเลิกบัญชีที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้
ข้อ 4 การชำระเงินและการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา
4.1 เงินค่าสินค้าจะถูกพักไว้กับผู้ให้บริการชำระเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาซึ่งได้รับใบอนุญาต บริษัททำหน้าที่เพียงสั่งปล่อยหรือคืนเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด บริษัทมิได้เป็นผู้รับฝาก ถือครอง หรือมียอดเงินคงเหลือของผู้ใช้บริการในทุกกรณี และไม่มีระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือการถอนเงิน
4.2 กระบวนการชำระเงินเป็นไปตามลำดับ คือ ผู้ซื้อชำระเงินเข้าสู่การพักเงิน ผู้ขายส่งมอบสินค้า ผู้ซื้อตรวจรับ และมีการปล่อยเงินแก่ผู้ขายหรือคืนเงินแก่ผู้ซื้อตามเงื่อนไข ทั้งนี้ ระบบจะแจ้งเตือนผู้ซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบสอง (12) ชั่วโมงก่อนการปล่อยเงินโดยอัตโนมัติ
4.3 การแยกประเภทเงินและเอกสาร เงินในแต่ละธุรกรรมจำแนกเป็นสองส่วนโดยเด็ดขาด กล่าวคือ (ก) เงินค่าสินค้าซึ่งบริษัทมิได้ถือครองและมิใช่รายได้ของบริษัท และ (ข) ค่าบริการของบริษัทพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นรายได้ของบริษัท บริษัทออกใบกำกับภาษีเฉพาะค่าบริการตาม (ข) เท่านั้น และไม่ออกเอกสารรับเงินค่าสินค้าเต็มจำนวน เนื่องจากบริษัทมิใช่ผู้จำหน่ายสินค้า
4.4 ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงผูกพันตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการชำระเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง
ต้องตรวจโดยทนายความ: (1) ผู้ให้บริการต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 หรือพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 (2) ถ้อยคำต้องแสดงชัดว่าบริษัทมิได้ประกอบธุรกิจรับชำระเงินหรือถือครองเงินเอง แม้หนังสือรับรองจะระบุวัตถุประสงค์ข้อดังกล่าวไว้ (3) รูปแบบใบกำกับภาษีค่าบริการและการแยกบัญชีเงินค่าสินค้าเป็นหนี้สิน ให้ผู้สอบบัญชียืนยัน
ข้อ 5 นโยบายสินค้าต้องห้ามและสินค้าที่จำกัด
5.1 ผู้ใช้บริการต้องไม่นำสินค้าดังต่อไปนี้มาเสนอขาย ได้แก่ สินค้าปลอมหรือสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าหรือลิขสิทธิ์ อาวุธ วัตถุอันตราย ยาเสพติด สินค้าควบคุมตามกฎหมาย ทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด และสินค้าอื่นใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
5.2 ผู้ขายรับรองว่าตนมีสิทธิโดยชอบในการขายสินค้า และสินค้านั้นชอบด้วยกฎหมาย บริษัทสงวนสิทธิในการนำรายการสินค้าออกและระงับบัญชีเมื่อพบการฝ่าฝืน
ข้อ 6 กระบวนการแจ้งเตือนและนำเนื้อหาออก
6.1 บริษัทจัดให้มีช่องทางการแจ้งเนื้อหาหรือสินค้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือละเมิดสิทธิ และดำเนินการตรวจสอบและนำออกภายในระยะเวลาอันสมควร โดยผู้ขายมีสิทธิโต้แย้ง และบริษัทจัดเก็บบันทึกการดำเนินการ
ต้องตรวจโดยทนายความ: การจัดให้มีและการใช้กระบวนการแจ้งเตือนและนำเนื้อหาออกอย่างสม่ำเสมอมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงความรับผิดของผู้ให้บริการตัวกลางตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และความรับผิดในการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อย่างไรก็ดี ขอบเขตความรับผิดยังขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและแนวคำพิพากษา
ข้อ 7 ข้อพิพาทและการคืนเงิน
7.1 บริษัทไม่ทำหน้าที่วินิจฉัยหรือชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างคู่สัญญา ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท บริษัทดำเนินการเพียงสามประการ คือ (ก) รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดของธุรกรรม (ข) แสดงพยานหลักฐานชุดเดียวกันแก่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน และ (ค) เปิดช่องทางให้คู่สัญญาตกลงกันเอง
7.2 ในกรณีที่คู่สัญญาไม่อาจตกลงกันได้ บริษัทจะส่งพยานหลักฐานทั้งชุดให้ผู้ให้บริการชำระเงินเป็นผู้วินิจฉัย โดยบริษัทมิได้เป็นผู้ชี้ขาด ทั้งนี้ การระงับข้อพิพาทภายในแพลตฟอร์มไม่ตัดสิทธิของคู่สัญญาในการดำเนินคดีตามกฎหมาย
7.3 พยานหลักฐานที่บริษัทรวบรวมและเก็บรักษาเป็นแบบเพิ่มได้อย่างเดียว ไม่อาจแก้ไขหรือลบได้ และบริษัทเก็บรักษาไว้เพื่อให้ผู้เสียหายใช้ดำเนินคดีด้วยตนเอง
ข้อ 8 เนื้อหาที่ผู้ใช้บริการสร้างขึ้นและทรัพย์สินทางปัญญา
8.1 ผู้ใช้บริการรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ตนนำเข้าสู่แพลตฟอร์ม และให้สิทธิบริษัทในการใช้เนื้อหาดังกล่าวเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการ ผู้ใช้บริการต้องไม่นำเข้าเนื้อหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น
ข้อ 9 ข้อจำกัดความรับผิดและการรับประกัน
9.1 บริษัทให้บริการแพลตฟอร์มตามสภาพเท่าที่กฎหมายอนุญาต และไม่รับผิดต่อความเสียหายอันเกิดจากธุรกรรมระหว่างผู้ใช้บริการ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องรับผิด
ข้อ 10 การระงับบริการและการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด
10.1 บริษัทอาจระงับหรือยกเลิกบัญชีตามเหตุที่กำหนด และอาจเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดนี้โดยแจ้งล่วงหน้าตามสมควร
ข้อ 11 กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
11.1 ข้อกำหนดนี้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายไทย และให้ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นศาลที่มีเขตอำนาจ
ข้อ 12 หน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
12.1 บริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งอาจเข้าเกณฑ์ต้องแจ้งการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 และมีหน้าที่จัดให้มีกลไกคุ้มครองผู้ใช้บริการตามที่กฎหมายกำหนด
ต้องตรวจโดยทนายความ: ประเมินว่าบริษัทเข้าเกณฑ์ที่ต้องแจ้ง (รายได้เกินห้าสิบล้านบาทต่อปี หรือมีผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเกินห้าพันคนต่อเดือน) และต้องแจ้งก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ พร้อมปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องหรือไม่
ข้อ 13 หน้าที่ต่อผู้บริโภคและการประเมินธุรกิจตลาดแบบตรง
13.1 บริษัทจัดให้มีช่องทางรับและจัดการเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภคภายในกำหนดเวลาที่เหมาะสม และให้ความร่วมมือต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามที่กฎหมายกำหนด
ต้องตรวจโดยทนายความ: ประเมินว่ากิจกรรมตลาดกลางออนไลน์ของบริษัทเข้าข่ายธุรกิจตลาดแบบตรงตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งอาจมีหน้าที่จดทะเบียนและวางหลักประกันต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่
ส่วนที่ต้องให้ทนายความผู้ได้รับใบอนุญาตยกร่างและตรวจก่อนใช้บังคับ (ทั้งฉบับ): เอกสารนี้เป็นสัญญาที่มีผลผูกพัน ทุกข้อต้องผ่านทนายความ โดยเฉพาะ (1) ข้อจำกัดความรับผิดตามข้อ 2 และข้อ 9 มิให้เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม (2) ถ้อยคำการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาตามข้อ 4 (3) กระบวนการแจ้งเตือนและนำเนื้อหาออกและความรับผิดของตัวกลางตามข้อ 6 และข้อ 8 (4) การแจ้งการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ 12 และ (5) เงื่อนไขการคืนเงินและการยกเลิกตามข้อ 7 และข้อ 10 ให้สอดคล้องกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค
